อยากเล่าให้ฟังครับ

Blog EntryธรรมดีๆสอนใจJun 23, '08 11:53 AM
for everyone
7

แบบทดสอบการเป็นเพื่อน
 
ลองอ่านดูว่าคุญอยู่ในประเภทไหน
1. คุณชอบไปชมภาพยนต์คนเดียว
ใช่ไปที่ข้อ 2 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 6

2. ชอบความครื้นเครงสนุกสานาน
ใช่ไปที่ข้อ 7 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 3

3. ชอบเขียนจดหมายถึงเพื่อน
ใช่ไปที่ข้อ 8 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 4

4. ชอบไปไหนมาไหนเพียงคนเดียว
ใช่ไปที่ข้อ 5 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9

5. ชอบทานข้าวคนเดียว
ใช้ไปที่ข้อ 10 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9

6. เมื่อไปทานข้าวนอกบ้านต้องมีคนเป็นเพื่อน
ใช่ไปที่ข้อ 11 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 7

7. ไม่มีเพื่อนที่รู้ใจ
ใช่ไปที่ข้อ 12 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 8

8. เมื่ออารมณ์ไม่ดีมักจะไปหาเพื่อน
ใช่ไปที่ข้อ 13 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 9

9. ชอบพูดคุยเล่นทางโทรศัพท์
ใช่ไปที่ข้อ 14 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 10

10. ชอบเดินเล่นคลายกลุ้มคนเดียว
ใช่ไปที่ข้อ 15 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14

11. ชอบนั่งคิดคนเดียว
ใช่ไปที่ข้อ 12 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 16

12. ต้องการความรู้สึกปลอดภัยมาก
ใช่ไปที่ข้อ 17 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 13

13. มีของดี ๆ ต้องแบ่งกัน
ใช่ไปที่ข้อ 18 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 14

14. หวังอยากให้ฝ่ายตรงข้ามสนใจคุณ
ใช่ไปที่ข้อ 18 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19

15. เบื่อหน่ายเพื่อนที่มารบกวนถึงบ้าน
ใช่ไปที่ข้อ 20 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 19

16. เรื่องให-่หรือเรื่องเล็กต่าง ๆต้องหาเพื่อน
ใช่ไปที่ข้อ A ไม่ใช่ไปที่ข้อ 17

17. คิดจะไปหาเพื่อนก็กลัวถูกปฎิเสธ
ใช่ไปที่ข้อ B ไม่ใช่ไปที่ข้อ 18

18. ต้องพบหน้าเพื่อนทุกวัน
ใช่ไปที่ข้อ B ไม่ใช่ไปที่ข้อ C

19. พยายามที่จะไม่ไปรบกวนผู้อื่น
ใช่ไปที่ข้อ 20 ไม่ใช่ไปที่ข้อ 18

20. ไม่ยืมเงินผู้อื่นโดยเด็ดขาด
ใช่ไปที่ข้อ D ไม่ใช่ไปที่ข้อ A


A. ประเภทพึ่งพาอาศัย
คุณชอบไปไหนมาไหนกับเพื่อน ไม่ว่าจะไปชมภาพยนต์หรือไปชอปปิ้ง
คุณต่างชอบให้มีใครอยู่เป็นเพื่อนคุณ
โดยเฉพาะในขณะที่อารมณืคุณดีหรือไม่ดี คุณยิ่งต้องการให้เพื่อน ๆอยู่ข้าง

โดยปกติคุณจะเป็นคนที่ไม่รู้สึกว่าต้องพึ่งพาอาศัยเพื่อน
เพียงแต่มีความรู้สึกว่า ตนเองเป็นคนโชคดีที่มีเพื่อนดี ๆ
มากมายเช่นนี้
แต่ถ้าวันใดที่คุณทะเลาะกับเพื่อนหรือติดธุระไปไหนกับเพื่อนไม่ได้คุณจะรู้สึก
โดดเดี่ยว เงียบเหงา อย่างยิ่ง
ขณะนี้คุณจึงยอมรับว่าคุณเป็นประเภทพึ่งพาอาศัยเพื่อน

B. ประเภทเปล่าเปลี่ยวใจ
ความเปล่าเปลี่ยวใจคือโรคจิตของคุณชนิดหนึ่ง และคือโรคประจำตัวของคุณ
ภายในใจของคุณกลัวถูกเพื่อน ๆ หรือ หมู่คณะทอดทิ้งด้วยเหตุนี้
คุณจึงพยายามรักษาสัมพันธ์ที่ดีกับทุก ๆ คน
ไม่กล้าทำให้ผู้อื่นโกรธเคือง เพราะอะไรจึง เป็นเช่นนี้
อาจเป็นเพราะว่าคุณขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
เพราะฉนั้นจึงต้องการให้ผู้อื่นให้ความมั่นใจแก่คุณ
ด้วยเหตุนี้แม้ความเคลื่อนไหวบางอย่างที่คุณไม่ชื่นชอบ
แต่คุณก็ต้องจำใจเข้าร่วม มิเช่นนั้น
คุณก็จะเกิดความรู้สึกไม่สบายใจทางด้านมนุษยสัมพันธ์อาจกล่าวว่า
คุณไม่มีความรู้สึกปลอดภัย และเป็นคนไม่มีบุคลิกภาพ

C. ประเภทระบายความในใจ
ในชีวิตแห่งความเป็นจริงคุณมีอิสระมาก
แต่ว่าทางด้านจิตใจคุณยังต้องการความสนับสนุนจากเพื่อน
ปกติอยู่คนเดียวคุณจะไม่รู้สึกเหงา การเคลื่อนไหวก็อิสระ
ไม่ได้พบหน้าเพื่อนที่ดีเดือนสองเดือนก็ไม่รู้สึกเงียบเหงา
แต่พวกคุณยังคงรักใคร่สนิทสนมกันเหมือนเดิม
บางครั้งมีธุระหรือไม่สบายใจ
พวกคุณก็นัดพบปะพูดคุยกัน ถ้าหากอยู่ห่างกันไม่สะดวกในการนัดพบ
ก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์หรือจดหมาย
แม้ว่าจะไม่ได้พบหน้ากันแต่พลังจิต
ที่ได้รับอาจได้มากกว่าพบหน้ากันทุกวัน
คุณจึงไม่ต้องอยู่กับเพื่อนคุณทุกวัน รูปแบบของการพบเพื่อนประเภทคุณคือ
ต่างคนต่างอยู่แต่จิตใจทะลุถึงกัน
คือคนประเภทระบายความในใจ

D. ประเภทอิสระเสรี
คุณคือแบบอย่างของคนใจเพชร คุณไม่ชอบให้ผู้อื่นติดสอยห้อยตาม
คุณคือคนปิดตัวเอง คุณไม่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากเพื่อนง่าย
กล่าวทางด้านจิตใจของคุณ
คุณมักจะรู้สึกการเป็นหนี้บุ-คุณเป็นการที่เสียใจมาก
และเป็นการลดคุณค่าของตัวเองให้ต่ำลง
ผู้คนที่ไม่เข้าใจคุณจะคิดว่าคุณเป็นคนมีนิสัยสันโดษและเอาแต่ใจตัวเอง
แต่ผู้คนที่เข้าใกล้คุณมักจะชมเชย ความเด็ดเดี่ยวของคุณ
นิสัยและชีวิตของคุณมีเสน่ห์รัดตรึงใจมาก

10 กิจที่ต้องทำ วันตรุษจีน

10 กิจที่ต้องทำ วันตรุษจีน

คนส่วนมากรู้จัก "ตรุษจีน" ว่าเป็นวันรับ "อั่งเปา" จริงๆ แล้วตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่จีน คนจีนก็มีกิจกรรมคล้ายๆ กับคนไทยกระทำในวันปีใหม่ คือเป็นวันพบปะญาติมิตร ไหว้พระ อวยพรผู้ใหญ่ ส่วนอั่งเปานั้นเป็นเพียงน้ำจิ้มเล็กๆ ที่สร้างความสุขความตื่นเต้นให้กับเด็กน้อย
ผู้เฒ่าแซ่เอี้ย วัย 71 ปี เล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า ตรุษจีนคือ "วันชิวอิก" วันแรกของปี จะเริ่มต้นเมื่อหลังเที่ยงคืนของ "วันซาจั๊บ" ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปี เรียกอีกอย่างว่า "วันถือ" เพราะถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ ทุกคนจะพูดแต่สิ่งดีๆ สิ่งที่เป็นมงคล
ทั้งนี้ กิจที่คนจีนจะต้องกระทำในเทศกาลตรุษจีนจะเริ่มตั้งแต่ "วันจ่าย" ซึ่งเป็นวันจ่ายตลาดเตรียมข้าวของสำหรับไหว้ในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งเป็นวันจ่ายโบนัสให้ลูกจ้าง
1.*ไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ และไหว้ผีไม่มีญาติ*
วันซาจั๊บ ช่วงเช้าหลังจากไหว้เจ้าในบ้าน คือ "ตีจูเอี๊ย" ไหว้บรรพบุรุษแล้ว ในตอนเที่ยงจึงไหว้ผีไม่มีญาติ ซึ่งของไหว้จะมีทั้งของคาว-หวาน รวมทั้งเป็ด-ไก่ มากหรือน้อยแล้วแต่ฐานะของผู้ไหว้ และมีเครื่องกระป๋อง ข้าวสาร เกลือ เพื่อให้ผีไม่มีญาติพกไปด้วย
นอกจากนี้ยังต้องจุดขี้ไต้ 2 ชิ้นไว้ด้วย เมื่อไหว้เสร็จจะจุดประทัด จากนั้นจะโปรยข้าวสารผสมเกลือ ขับไล่สิ่งที่ไม่ดีให้หมดไป
2.*รวมญาติกินเกี๊ยว*
ความสำคัญอีกประการของตรุษจีน คือเป็นวัน *รวมญาติ* โดยทุกคนจะเดินทางมาร่วมโต๊ะกินเกี๊ยวในวันซาจั๊บมื้อสุดท้ายก่อนขึ้นปีใหม่
และที่ต้องเป็น "เกี๊ยว" ก็เพราะลักษณะของเกี๊ยวที่เหมือนกับ "เงิน" ของจีน ให้ความหมายว่า ให้มั่งมีเงินทอง
3.*กินเจมื้อเช้า* คือมื้อแรกของปี
ส่วนในวันชิวอิก คนจีนจะกินเจมื้อแรกของปี เชื่อกันว่าจะได้บุญเหมือนกับกินเจตลอดทั้งปี
4.*ทำพิธีรับ "ไช่ซิงเอี้ย"*
"ไช่ซิงเอี้ย" เป็นเทพพิทักษ์ทรัพย์ หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ส่วนใหญ่จะทำพิธีระหว่างหลังเที่ยงคืนของวันซาจั๊บจนถึงก่อนตี 1
5.*ห้ามกวาดบ้าน*
ก่อนตรุษจีน จะมีการทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดหยากไย่ครั้งใหญ่ เมื่อถึงวันปีใหม่จะไม่กวาดบ้านจนถึงวันชิวสี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวันแรกของการเริ่มต้นทำงาน เพราะถือว่าจะกวาดเอาสิ่งที่เป็นมงคลทิ้งไป
แต่ถ้าบ้านใครสกปรกจนทนไม่ไหว ก็จะกวาดเข้าคือ กวาดจากหน้าบ้านเข้าไปในบ้าน
6. *ติด "ตุ๊ยเลี้ยง" หรือคำอวยพรปีใหม่*
เมื่อก่อนคนจีนที่พอมีความรู้จะเขียน "ตุ๊ยเลี้ยง" เอง โดยใช้หมึกดำหรือสีทองเขียนคำอวยพรลงบนกระดาษสีแดง ถ้าไม่มีความรู้ก็จะไปจ้างมืออาชีพเขียนให้ ซึ่งแหล่งใหญ่ก็คือที่เยาวราช
คำอวยพรที่เขียนจะประกอบด้วยตัวอักษร 7 ตัว เขียนเป็นคำกลอน โดยมากจะอวยพรให้ทำมาค้าขึ้น ให้มั่งมีเงินทอง ติดตามสองข้างประตูบ้าน และมีอีกแผ่นสำหรับติดทางขวางตรงกลางทางเข้า-ออก เขียนคำว่า "ชุก ยิบ เผ่ง อัง" แปลว่า เข้า-ออกโดยปลอดภัย
รวมทั้งติดภาพเด็กผู้หญิง-เด็กผู้ชาย ที่เรียกว่า "หนี่อ่วย" ซึ่งเป็นภาพมงคลของจีน ถือเป็นงานศิลปะที่สำคัญอีกอย่างนอกเหนือจากการตัดกระดาษ มักติดที่ประตูหน้าบ้าน
7.*ใส่เสื้อผ้าใหม่สีสันสดใส*
8.*ส้ม 4 ผล อวยพรผู้ใหญ่*
วันชิวอิกทุกคนจะนำส้ม 4 ผล ไปกราบผู้ใหญ่ขอพร เจ้าบ้านเองนอกจากจะเตรียมเมล็ดแตงโมย้อมสีแดงไว้ 1 พาน และลูกสมอจีนไว้รับแขกแล้ว เมื่อมีผู้มาอวยพร จะรับส้มขึ้นมา 2 ผล และนำส้มในบ้านที่เตรียมไว้วางคืนลง 2 ผล
9.*รับอั่งเปา*
10.*ไหว้เจ้าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต*

เพื่อคุณ 

เพื่อคนที่คุณรัก

เพื่อคนที่รักคุณ

เพื่อคนไทยทั้งชาติ

และเพื่อมนุษยชาติ


1.เธอกำลังอ่านข้อความของฉัน 

2.เธออ่านข้อ1จบไปแว้ว 

3.เธอกะลังคิดว่ามันฮายังงัย 

4.เหมือนเธอจะโดนหลอก 

5.เธอเริ่มคิดว่าจาด่าฉันยังไง 

6.เธอเครียด 

7.เธอเครียดมากๆ 

9.เธอเครียดสุดๆโคตรๆ 

10.เธอเครียดจนเธอลืมดูว่าไม่มีข้อ8

11.เธอหันไปดูว่าไม่มีจิงป่าว 

12.เธอเลื่อนกลับมาอีกแล้ว เหอๆ 

13. เธอเริ่มเลื่อนลงแล้ว 

14. เธอเลื่อนลงอย่างเร็ว อย่างเร็ว 

15. และก็ เร็ว เร็ว...... 

16. เร็วมาก ๆ 

17. เร็วจนไม่รู้ว่าข้อ 13 นั้นมี 2 ข้อ.... 

18. แล้วเธอก็ย้อนกลับไปดูอีกครั้ง 

19. เธอโดนหลอกเต็มๆ ข้อ 13 มีอยู่ข้อเดียว 

20. เธอส่ายหัวไปมา...คิดในใจว่า มันเอาข้อความบ้าไรให้ตูอ่าน

ฟร่ะ..... 

21. ไม่มีสาระอะไรเลย... 

22. แต่ก็ยังทำให้เธออ่านมันมาถึงตรงนี้.... 

23.นั่นแน่!!เธอแอบยิ้มๆ , หัวเราะหน่อยๆ...


Blog EntryหมอนวิเศษJan 30, '08 11:56 AM
for everyone
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในประเทศจีนมีชายชาวนาคนหนึ่ง
ชื่อ "อาเฉิน" กำลังนั่งกินอาหารอยู่ในโรงเตี๊ยม ก็ได้มีพ่อค้าเร่คนหนึ่ง
เข้ามาทักทายเขาว่า "พ่อหนุ่ม ทำมาหากินเป็นอย่างไรบ้าง"


"ไม่ไหวเลยครับ ชีวิตของข้าอับจนสิ้นดี" อาเฉินตอบอย่างเศร้าสร้อย

"เจ้าไม่พอใจในวิถีชีวิตของตนเองดอกหรือ?" พ่อเฒ่าสอบถาม

"จะให้ข้าพอใจได้อย่างไรในเมื่อข้าต้องทำงานหนักทั้งวัน
ถ้าข้าได้เป็นเศรษฐี ข้าจึงจะพอใจ" อาเฉินกล่าว พ่อเฒ่านิ่งงันไม่พูดอะไร

ก่อนจากกันพ่อเฒ่าได้ยื่นห่อผ้าในมือให้อาเฉิน และพูดขึ้นว่า
"พ่อหนุ่ม ข้าต้องเดินทางไปหมู่บ้านข้างเคียง พรุ่งนี้เช้าจึงจะกลับ
เจ้าจะเก็บรักษาหมอนใบนี้ไว้ให้ข้าได้หรือไม่? หมอนใบนี้หนุนนอนสบายดี
เจ้าจะใช้หมอนใบนี้หนุนหัวในคืนนี้ก็ได้"
อาเฉินรับคำจะเก็บรักษาหมอนไว้ให้ ทั้งสองจึงแยกทางกัน


ในคืนนั้น อาเฉินใช้หมอนของพ่อเฒ่าหนุนนอน

เมื่ออาเฉินตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีแท่งเงิน แท่งทองเต็มไปหมด
"รวยแล้ว ในที่สุดเราก็รวยสมใจนึก" อาเฉินตะโกนสุดเสียงด้วยความดีใจ
"ข้าจะสร้างคฤหาสน์หลังงาม ข้าจะซื้อทุกอย่างที่ข้าต้องการ"


อีกไม่นานคฤหาสน์ของเขาก็สร้างเสร็จ ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา
อาเฉินเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว เขาไม่ปราถนาจะลดตัวลงไปเสวนากับคนจน
ดังนั้นเขาจึงปิดคฤหาสน์อาศัยอยู่ในนั้นตามลำพัง

อยู่มาไม่นานอาเฉินก็เบื่อหน่าย "ขาดอะไรไปสักอย่าง? อ้อรู้แล้ว
สวนของข้าว่างเปล่านั่นเอง" เขาจึงสั่งให้คนงานหาดอกไม้หลากสีสัน
งดงามที่สุดเท่าที่จะหาได้ และไม้ใหญ่มาปลูกไว้ในสวน และขุดสระเลี้ยงปลา

แต่แล้ว อาเฉินยังรู้สึกเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยว
"จะต้องขาดอะไรไปสักอย่าง อ้อรู้แล้ว บ้านหลังนี้เงียบเกินไป"
อาเฉินจึงว่าจ้างนักดนตรี นักรำมาขับกล่อมให้ความบันเทิง

แต่แล้วต่อมาไม่นาน อาเฉินก็รู้สึกเบื่อกับการร้องรำ เขาจึง
ไล่นักดนตรี นักรำออกจากบ้านไป อาเฉินรู้สึกเหงาหงอยอ้างว้าง
"อ้า...สิ่งที่ข้าต้องการคือ ภรรยาสักคน...ใช่แล้ว"

อาเฉินส่งคนรับใช้ไปป่าวประกาศกลางหมู่บ้านว่า หญิงใดที่ยังเป็นโสด
ขอให้มาชุมนุมที่หน้าคฤหาสน์ของเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อให้เขาเลือกเป็นภรรยา
แต่ ไม่มีหญิงใดโผล่หน้ามาให้เห็นในเช้าวันถัดมา อาเฉินรู้สึกแค้นเคืองฉุนเฉียว
"เฮอะ ชาวนาโง่เง่า ข้าไม่เห็นจะต้องการเลย อยู่คนเดียวก็ได้"

อยู่มาวันหนึ่ง อาเฉินตัดสินใจลงจากเขา อาเฉินนั่งเกี้ยวงดงาม
มีคนรับใช้สี่คนหาม มาดโอ่อ่าภูมิฐานยิ่งนัก แต่อาเฉินก็ต้องประหาดใจ
เมื่อผู้คนในหมู่บ้านไม่มีใครให้ความสนใจเขาเลย เมื่อเขาผ่านโรงเตี๊ยมเก่า
เขาได้ยินเสียงผู้คนทักทายกัน สลับกับเสียงหัวเราะเป็นระยะ เขามองเห็น
เพื่อนเก่าซดข้าวต้มร่วมกัน แม้คนเหล่านั้นจะยากไร้ แต่ก็มีความสุขยิ่ง

อาเฉินหวนกลับมายังคฤหาสน์อ้างว้าง นั่งครุ่นคิดอยู่เป็นนาน
เขากลายเป็นมหาเศรษฐีแล้ว แต่ก็ไม่มีความสุข ชีวิตแสนสบายแต่อ้างว้าง
อาเฉินอยากจะกลับไปเป็นชาวนาสามัญเช่นเดิม แล้วเขาก็เผลอหลับไป

เมื่ออาเฉินลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตนเองอยู่ในห้องเก่าซอมซ่อ

ทุกอย่างอยู่ในสภาพเดิม อาเฉินเพิ่งรู้ว่าตัวเองฝันไป เขาวิ่งออกจากกระท่อม
หัวเราะร่าด้วยความยินดี อาเฉินร้องทักทายชาวนาที่เดินผ่านบ้าน เหมือนกับ
เพื่อนรักที่หายหน้าไปนาน และพอถึงตอนสายของวันชายชราเจ้าของหมอน
ก็ได้มาหาอาเฉิน "เป็นอย่างไรพ่อหนุ่ม เมื่อคืนหลับฝันดีหรือไม่"

อาเฉินวิ่งกลับเข้าบ้าน หยิบเอาหมอนห่อผ้าให้เรียบร้อย ยื่นคืนให้เจ้าของ
"ขอบพระคุณท่านผู้เฒ่าเป็นอย่างมาก ที่ให้ยืมหมอนวิเศษใบนี้
ข้าเพิ่งได้บทเรียนล้ำค่าของชีวิต...ไม่มีสุขใดใหญ่หลวงเกินไปกว่า
ความพึงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่อีกแล้ว"


อาเฉินหยิบจอบขึ้นพาดบ่า เดินผิวปากออกจากบ้าน
มุ่งหน้าไปยังท้องนา พ่อเฒ่าอมยิ้ม และออกเดินทางต่อไป



Blog Entry99 เรื่องที่ขำขำOct 4, '07 2:29 AM
for everyone
01. the best friend กลายเป็น the worst enemy ได้ในชั่วข้ามคืน
02. ผู้ใหญ่ก็คือเด็กที่อายุมากแล้วนั่นแหละ เพราะผู้ใหญ่หลายๆ คนก็คิดและทำเรื่องงี่เง่า เหมือนที่เด็กชอบทำบ่อยจะตายไป
03. ผมไม่ดูหนังเรื่อง สุริโยไท ไม่ได้หมายความว่าผมไม่รักชาติสักหน่อย
04. ราคากระเป๋าสตางค์ของ louise vuitton 1 ใบมากกว่าเงินเดือนของครูบางคนด้วยซ้ำ
05. ถ้าคุณไปกินต้มยำกุ้งในร้านอาหารไทยในยุโรป คุณต้องบอกด้วยว่า
"ผมเป็นคนไทย" ไม่งั้นคุณจะได้แกงจืดใส่กุ้ง 2 ตัว
06. ภาษาไทยได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 4 ภาษา ที่ห้างวัตสันสาขาฮ่องกงเขียนตัวเบ้อเริ่มหน้าร้านว่า "ลดราคา" ช่วงปลายปี
07. ภาพตัวเองในบัตรประชาชนมักดูทุเรศกว่าตัวจริงเสมอ
08. นับวัน… มือถือถูกพัฒนาให้ห่างไกลความเป็นมือถือเรื่อยๆ
09. เงิน 550 บาทที่กินในร้านโออิชิ สามารถไปนั่งละเลียดกินอาหารญี่ปุ่นร้านอื่นได้อิ่มแทบอ้วก และอร่อยกว่าหลายเท่า
10. ถ้าคุณตักสลัดในร้านพิซซ่าได้เยอะและสวย คุณจะเป็น "hero"
แต่ถ้าคุณกินไม่หมด คุณจะกลายเป็น " X :-)

11. ถ้าคุณได้ที่จอดรถ ในห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ อาจเป็นเพราะชาติก่อนคุณทำบุญมาดี
12. การปรุงก๋วยเตี๋ยวก็ทำให้รสชาติแย่ลงได้
13. พิซซ่าหน้าเขียวหวานไก่ 1 ถาด สามารถซื้อข้าวราดแกงเขียวหวานไก่ได้ 10 จาน
14. เลสเบี้ยนก็คือ เกย์ ประเภทหนึ่งนี่เอง
15. หนังดีไม่จำเป็นต้องดัง หนังดังไม่จำเป็นต้องดี
16. แค่หมาเห่าดังๆทีนึง สัญญาณ PCT อาจจะหลุดได้
17. เพลงที่คุณได้ฟังครั้งแรก แล้วบอกว่า "ไม่เพราะเลย" อาจจะกลายเป็น เพลงที่คุณชอบมากที่สุดในรอบปีหลังจากที่หลายๆคลื่นโหมกระหน่ำเปิดวันละ 275 รอบ
18. แมวตัวใหญ่กว่าหมาก็มีให้เห็นเยอะแยะ
19. ร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวใส่ผงชูรสเยอะมาก
20. ผู้หญิงก็มีหนวดได้นะคะ

21. ผู้ชายมีหนวด ไม่จำเป็นต้องมีขนหน้าแข้งเสมอไป
22. ขนมที่ package สวยๆที่ขายตามห้าง ราคาแพงกว่าต้นทุน 5 -10 เท่าก็มี
23. คนไทยส่วนใหญ่ชอบซื้อเสื้อของ chaps หรือ jaspal หรืออะไรก็ช่าง ตอนที่เค้า clearance sale ช่วงที่เปลี่ยน season
24. ถ้าเพื่อนมาใช้คอมที่บ้าน หัดเช็ดคีย์บอร์ดให้สะอาดก่อน ไม่งั้นเพื่อนอาจจะไม่กล้าใช้
25. ร้านที่มีเชลล์ชวนชิมอาจจะอร่อยสู้ร้านที่ไม่มีก็ได้
26. ภูมิใจไว้ซะ…ไม่มีแมคโดนัลด์ประเทศไหนในโลกนี้ที่ขาย เบอร์เกอร์กะเพราหมู นอกจากประเทศไทย
27. แล้วแมคโดนัลด์เมืองไทย มีทั้งซอสมะเขือเทศ และซอสพริกให้คุณกินได้ไม่อั้น แต่ที่ USA ไม่มีให้กิน
28. แล้วเมืองไทยก็เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่มี แมคฟิช ขาย
29. กินไดโดมอน ไม่ต้องให้ tip หรอก …มันมี service charge รวมไปแล้ว
30. โดเรมอน อิ๊กคิวซัง tom&jerry จัดเป็นการ์ตูนอมตะของคนไทย


31. ของขวัญอันประเสริฐที่พระเจ้าประทานให้แก่นักศึกษาทั้งหลาย คือ เครื่องถ่ายเอกสาร
32. ถึงจะเป็นอาจารย์ของจุฬา ก็เฉลยข้อสอบ entrance วิชาสังคมผิดเกือบ 20 ข้อ…
33. เว็บ dek-d.com ใช้ notepad เขียนทั้งหมด
34. เวลานางเอกกำลังวิ่งหนีฆาตกรที่กำลังตามฆ่า จะต้องหกล้ม 1
ครั้งแล้วคลานไปอีก 2 เมตร ก่อนจะลุกขึ้นวิ่งอีกครั้ง
35. สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ mv. เพลงอกหัก คือ ฝน
36. เม็ดไข่มุก ที่ใส่ในชานม ถ้ายังไม่ได้ต้ม ก็เหมือน อาหารปลาดุก
ที่ขายตามจตุจักรไม่มีผิด
37. ถ้ากินไม่เก่งจริง อย่าไปกิน buffet ที่ไหนเลย …ไม่คุ้มหรอก
38. คนส่วนใหญ่ เมื่อกินโออิชิเสร็จ มักจะทรมาณมากกว่ามีความสุขเพราะอิ่มเกินไป
39. คนเราพยายามแปลบททำนาย ของนอสตราดามุส ให้ใกล้เคียงกับคำว่า "โลกแตก"
มากที่สุด
40. ในวันเกิด …คุณสามารถกินไอติม swensen's ได้ฟรีมากกว่า 10 ลูก ถ้าคุณมีปัญญาเดินสายไปในแต่ละสาขาในวันนั้น

41. เป็นโสดเป็นเรื่องปรกติ แม้แต่ จูเลีย โรเบิร์ต ยังเป็นโสดเลย
42. หมาส่วนใหญ่น่ารักก็ตอนที่มันยังเป็น "ลูกหมา" เท่านั้นแหละ
43. ดูหน้าตาของคนขับ taxi ให้ดีก่อนที่จะโบก
44. เวลารอลิฟท์ อย่ากดซ้ำๆ …มันไม่ได้เร่งให้มาลิฟท์มาเร็วซักหน่อย
45. แล้วพอเข้าไปแล้ว กดแค่ชั้นที่ตัวเองจะลงก็พอ
ถ้าไม่อยากโดนด่าแม่ลับหลัง
46. อยู่ในลิฟท์ก็พูดได้ …ไม่มีกฏห้ามจ้ะ
47. ถ้าเดินอยู่ มาบุญครอง แล้วปวดห้องน้ำไม่มาก …กลั้นไว้ …แล้วเดินไป siam discovery แล้วค่อยเข้าจะดีกว่า
48. ผู้หญิงจีบผู้ชาย …เรื่องปรกติ
49. ฝรั่งบางคนข้ามน้ำข้ามทะเลมา พันธุ์ทิพย์ เพื่อซื้อ software
ที่ถูกที่สุดในโลก
50. นาฬิกาสวิสบางยี่ห้อ ซื้อที่ฮ่องกงยังถูกกว่าที่สวิส

51. ฮาวาย = เกาะพีพี + สาวบิกินี่
52. ดื่มลิโพเกินวันละ 2 ขวดก็ไม่ตาย …
53. ช่วงปี 43-44 ที่ผ่านมา ธุรกิจมือถือเมืองไทยขยายตัวแค่ 190% เอง
54. เนื้อหาเลข ม.ปลาย ที่ดูแล้วเป็น "รูปธรรม" มากที่สุดคือ สถิติ และ
เลขดัชนี
55. เด็กไทยบางคน เก่ง grammar มากกว่าเจ้าของภาษาซะอีก
56. ลายเซ็นต์ของ อ.อุ๊ไม่ได้ทำให้เราเอ็นท์ติด
57. ตำรวจทุกคนในประเทศไทยไม่มีจรรยาบรรณ เพราะ"จรรยาบรรณ" ใช้ได้กับอาชีพ ครู กะ หมอ เท่านั้น
58. เจอาร์ กับ วอย ไม่ได้เป็นพี่น้องกัน
59. ถ้าอยากตาย …เครื่องบินตกตายดีที่สุด ได้เงินเยอะ ไม่ทรมาณ …
60. ถึงเยาวราชจะขายของกินถึง ตี 2 ตี 3 แต่ถ้าจะกินก๋วยจั๊บ …ไปก่อน 4 ทุ่ม

61. กะเทยทำได้ทุกอย่าง ยกเว้น ตั้งท้อง
62. เกลียดขี้หน้าอาจารย์ - ครูคนไหน …ไหว้เขา แต่อย่าเคารพเขาถ้าเขาไม่ดีจริงๆ
63. เมืองไทยแทบไม่มีนักร้องผิวดำเลย


64. เกมบางเกมไม่จำเป็นต้องซื้อบทสรุป หัดมั่วเองบ้าง
65. ไม่จำเป็นต้องซื้อมือถือหรูๆ ตอนนี้ …เดี๋ยวมือถือ 3G ก็ออกมาเกลื่อนแล้ว
66. คนขนดกก็หัวล้านได้
67. นับวันนางสาวไทยจะพูดไม่ชัดขึ้นเรื่อยๆ
68. ส่วนใหญ่นางสาวไทยจะเป็นสาว imported กันทั้งนั้น
69. เน็ตเมืองไทยถูกกว่าที่นิวซีแลนด์หลายเท่านัก
70. ยอมรับเถอะ …ทุกวันนี้คุณก็ยังอ่านไทยรัฐ ถึงแม้ว่าคุณจะด่ามันทุกวัน

71. เช่นเดียวกับรายการตีสิบ …
72. ผู้หญิงขับรถบรรทุก …ไม่แปลก
73. แผ่นโปรแกรมรวมของ macromedia 150 บาทที่ขายที่พันธุ์ทิพย์
ราคาลิขสิทธิ์ประมาณ 3 หมื่นกว่าบาท ซื้อ PC ดีๆได้เครื่องนึง
74. ถ้าทำรายงานเป็นกลุ่มสัก 10 คน …มีคนที่ทำจริงๆแค่ 3 คน
75. คำว่า mouse ใช้ภาษาไทยว่า "แท่งชี้เต้า"
76. คนเรามักง่วงตอนตื่น แต่ตอนจะนอนมักไม่ง่วง
77. พอถูกหักหลังแล้ว การถูกหักอก ไม่ได้ทำให้มันหักล้างกันได้
78. ดีใจซะเถอะ …เมืองไทยดู dragonball จบก่อนที่ USA ตั้งนาน
79. ทำไมคนเราถึงอยากให้โดเรมอนมีตอนจบ …ไม่เข้าใจ
80. ใครๆที่เล่นเน็ต ก็ต้องเคยเปิดเว็บโป๊กันทั้งนั้น

81. ถ้าใช้ talking - dict ก็อย่าหวังว่าจะจำศัพท์คำนั้นได้เลย
82. สุทธิชัย หยุ่น ก็เคยมีผมเหมือนกัน
83. พายไข่ กับ ชานมไข่มุก มีให้กินที่ไต้หวันมาเป็น 10 ปีแล้ว
84. อย่าไปกลัวเรื่อง virus computer มากนัก …ถ้าไม่สำส่อนทางเมล์ และ diskette
85. คณิตศาสตร์ไม่มีตัวตน มันเป็นศาสตร์ที่คนสมมติขึ้นมาเพื่ออธิบายความเป็นไปของโลกเท่านั้น … แต่แค่นี้ก็ทำให้นักเรียนเกลียดมันได้
86. ถ้าใช้โปรแกรมอะไรไม่เป็น …โทษ programmer ไว้ก่อน
87. สสารทุกชนิดละลายได้ เมื่ออยู่ในตัวทำละลายและอุณหภูมิที่เหมาะสม
88. ผู้หญิงหน้าอกใหญ่ไม่จำเป็นต้อง sexy
89. แล้วปอดใหญ่ไม่ได้ทำให้หน้าอกใหญ่ด้วย
90. ไป พันธุ์ทิพย์ …จอดรถที่สยามดิส แล้วค่อยนั่งรถเมล์ไป ดูจะมีความหวังกว่า การขึ้นไปวนหาที่จอดรถในนั้น ถ้าเราไม่ได้ยกอะไรไปซ่อม
91. โรงหนังบางโรง แถว A คือแถวหลังสุด แต่บางโรงมันก็เป็นแถวหน้าสุด
92. คอมที่เค้าใช้ขายตั๋วหนังน่ะ ใช้ window 3.11 หรือ window 95 กันทั้งนั้นแหละ
93. หนังสือบางเล่มก็สามารถตัดสินจากหน้าปกได้เหมือนกัน
94. เราเรียกหมาที่บ้านว่า "ลูก" แต่เรียกเพื่อนสนิทว่า "มัน"
95. บางทีเราก็ประมูลของจนราคามันสูงกว่าปกติหลายเท่าตัว
96. ในเน็ตเค้าประมูลเบอร์มือถือ VIP (เช่น 718-9999) กันเป็นแสน แต่ที่ mbk เค้าขายกันไม่ถึงหมื่น
97. เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนก็ไม่ตาย
98. 4 ชาติที่ได้รับเกียรติขึ้นชื่อบนป้ายโรงหนังควบบ่อยที่สุด คือ ไทย จีน ญี่ปุ่น ฝรั่ง
99. ทอดด์ ทองดี พูดไทยชัดกว่า อั๊ด อัษฎา
99.1 คนที่ได้รับอ่านข้อความนี้ ส่วนใหญ่หน้าตาดี อิอิ

© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help